สายรัดพีอีทีกับเครื่องแพ็คลม
สายรัดพีอีทีกับเครื่องแพ็คลม สายรัดพีอีที (PET) คือสายรัดพลาสติกประเภทหนึ่งที่ถูกนำมาใช้รัดสินค้าขนาดใหญ่โดยใช้ร่วมกับเครื่องแพ็คต่างๆ เช่นเครื่องแพ็คลม, เครื่องแพ็คแบตเตอรี่ หรือเครื่องแพ็คมือโยก ฯลฯ คุณสมบัติเด่นของสายรัดประเภทนี้คือ มีความเหนียว และแข็งแรง ทนต่อแรงดึงสูงมาก ดังนั้นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ร่วมจึงต้องมีคุณภาพที่จะรับแรงดึงของสายรัดพีอีทีได้ นอกจากนี้สายรัดพีอีทียังถูกนำมาใช้แทนเหล็กพืดได้ในหลายกรณี ส่วนวิธีการรัดสินค้าที่นิยมใช้กันก็คือ การใช้ร่วมกับเครื่องแพ็คมือโยก (ตัวหนีบและตัวโยก) โดยใช้กับกิ๊บเหล็กหรือกิ๊บหนาม ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการใช้เครื่องแพ็คมือที่ไม่ต้องใช้ร่วมกับกิ๊บเหล็กซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ระบบคือเครื่องแพ็คมือแบบแบตเตอรี่ (ในปัจจุบันราคายังค่อนข้างสูงมาก) และเครื่องแพ็คมือแบบระบบลม
ในกรณีนี้จะยกตัวอย่างของการทำงานโดยใช้สายรัดพีอีทีใช้ร่วมกับการทำงานของเครื่องแพ็คมือแบบระบบลม แม้ว่าความสะดวกในการใช้งานจะด้อยกว่าเครื่องแพ็คมือแบบเบตเตอรี่ ที่แพ็คได้ทุกที่ไม่ต้องมีสายไฟเกะกะ ในขณะที่ระบบลมต้องใช้ร่วมกับเครื่องปั้มลมด้วย จึงอาจจะไม่สะดวกต่อการทำงานที่ต้องมีสายลมดังกล่าว แต่ด้วยความที่เครื่องแพ็คระบบลม มีราคาที่ถูกกว่าเครื่องแพ็คแบบเบตเตอรี่มาก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และยังสามารถนำไปใช้งานร่วมกับสายรัดพีพีได้ด้วย
การใช้งานสายรัดพีอีทีเครื่องแพ็คลม
![]() |
![]() |
เครื่องแพ็คระบบลมจะต้องใช้งานร่วมกับเครื่องปั้มลม และเครื่องปั้มลมควรจะมีสิ่งสำคัญ 3 ส่วนคือ 1)ขนาดของเครื่องปั้มลม แม้ว่าจะใช้ขนาดเล็กได้ แต่ถ้ามีขนาดใหญ่ก็จะทำให้การเติมลมทำได้ง่ายขึ้นไม่ขาดช่วง 2)ควรมีตัวกรองน้ำติดกับเครื่องปั้มลมเสมอ เพื่อป้องกันน้ำเข้าสู่ตัวเครื่องซึ่งนานๆไปจะทำให้เครื่องเสียหายได้ 3)ควรตั้งปั้มลมให้มีระดับแรงลมอยู่ที่ประมาณ 6-10 bar ซึ่งจะเป็นแรงดันที่เหมาะสม เพราะแรงดันที่สูงเกินก็จะทำให้ตัวเครื่องเสียหายได้เช่นกัน
![]() |
![]() |
ให้นำสายรัดพีอีทีคล้องทับบนสินค้า โดยให้ปลายสายรัดลอดเข้ามาหาตัวจากด้านล่างตามภาพ
![]() |
![]() |
ใช้มือกดบีบ โดยการกดที่มือจับหมายเลข 1 และ 2 เข้าหากัน ผลของการกดบีบของมือจะทำให้ตัวลูกกลิ้งด้านล่างของเครื่องแพ็คลมยกตัวขึ้น หลังจากนั้นให้สอดสายรัดพีอีทีเข้าไปในตัวเครื่องแพ็ค โดยปลายสายรัดจะอยู่ด้านล่างส่วนสายรัดที่อยู่ด้านบนให้วางเหนือขาเหล็กที่ยื่นออกมา(ภาพขวา) หลังจากนั้นให้ปล่อยการบีบของมือลูกกลิ้งก็จะกดทับลงที่สายรัด (แต่ถ้าตำแหน่งยังไม่ได้ก็ให้กดบีบและจัดสายรัดใหม่)
![]() |
![]() |
จากภาพ สายรัดพีอีทีจะเข้าไปอยู่ภายในตัวเครื่องแพ็คลมซึ่งพร้อมจะใช้งานแล้ว ให้เรากดที่ปุ่มสีเทาด้านบน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยดึงสายรัดให้ตึงเพื่อใช้รัดชิ้นงาน (จะกดแบบยาวหรือกดปล่อยๆก็ได้) แต่ถ้าเรากดดึงสายรัดตึงเกินไปก็ให้ใช้นิ้วก้อยกดที่ปุ่มด้านล่าง(ภาพขวา) ก็จะช่วยคลายสายรัดพีอีทีออกได้
หมายเหตุ : จากการใช้งานพบว่าการคล้องสายรัดกับชิ้นงาน ถ้าเราคล้องให้สายรัดแนบกับชิ้นงาน(ตามภาพ)การทำงานของเครื่องก็จะน้อยลง (เพราะกดดึงเพียงเล็กน้อยก็แน่นแล้ว) แต่ถ้าสายรัดคล้องกับชิ้นงานหลวมมาก ก็ต้องกดปุ่มสีส้มเช่นานขึ้นเพื่อให้สายรัดแนบกับชิ้นงาน ก็จะส่งผลให้เครื่องต้องกินลมจากปั้มลมมากขึ้น ถ้าเป็นปั้มลมขนาดเล็กก็อาจจะต้องทำให้เสียเวลารอลมได้
![]() |
![]() |
เมื่อสายรัดตึงตามที่ต้องการแล้ว ให้กดปุ่มสีส้มค้างไว้ (ประมาณ 5 วินาที แล้วแต่ขนาดของสายรัดด้วย) ปุ่มนี้มีหน้าที่ทำให้เครื่องแพ็คย้ำให้สายรัดซีลติดกัน หลังจากนั้นให้กดบีบตรงมือจับอีกครั้งเพื่อให้ลูกกลิ้งด้านล่างยกตัวขึ้น แล้วเลื่อนตัวเครื่องแพ็คลมออกด้านข้าง
หมายเหตุ : เครื่องแพ็คระบบลมจะใช้ลมเข้าไปเหวี่ยงแกนทองเหลืองด้านในทำให้เกิดความร้อน ซึ่งความร้อนที่ได้จะเป็นตัวช่วยทำให้สายรัดซีลติดกัน และการกดปุ่มสีส้มถ้านานเกินก็จะทำให้สายรัดละลายได้
สินค้าที่เป็นของแข็งและเรียบที่ไม่มีความยืดหยุ่น ตามตัวอย่างการรัดไม้ตามรูปนั้น ถ้าดึงสายรัดให้ตึงเกินไปก็จะทำให้ดึงตัวเครื่องออกจากสายรัดได้ยากขึ้น จึงต้องคำนึงถึงกรณีนี้ด้วย
![]() |
ชมวีดีโอตัวอย่างการใช้งาน |
สรุป การใช้งานเครื่องแพ็คลมกับสายรัดพีอีที พบว่าการทำงานมีแรงดึงที่สูงมาก สามารถใช้รัดสินค้าได้อย่างแน่น แข็งแรง การกดปุ่มสีส้มเพื่อซีลในเวลาที่เหมาะสมจะทำให้การซีลแน่นและดูสวยงาม การใช้งานสะดวกแม้ว่าจะมีสายลมเกะกะบ้าง จึงเหมาะกับการทำงานอยู่กับที่กับชิ้นงานขนาดใหญ่ ส่วนข้อควรระวังคือควรมีตัวกรองน้ำติดกับปั้มลม และควรระวังอย่าให้เครื่องตกหล่นลงพื้น ซึ่งอาจจะทำให้ตัวเครื่องเสียหายได้
ติดต่อสอบถามได้ที่
(098)429-9324










